แนะนำวิธีการเลือกซื้อ เคสโทรศัพท์ กันกระแทก

แนะนำวิธีการเลือกซื้อ เคสโทรศัพท์ กันกระแทก คุณมีวิธีการเลือกซื้อ เคสโทรศัพท์ แบบกันกระแทกอย่างไรกันบ้างคะ? แต่ก่อนที่จะไปเลือกซื้อหามาใช้ Potatotechs ขอเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจเลือกซื้อของคุณนะคะ ค่อยๆ ทำความรู้จักวัสดุที่นำมาผลิตเป็นเคสก่อนดีกว่า ว่าแต่ละประเภทมีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง?

เป็นที่ทราบกันดีว่า เคสโทรศัพท์ มีประโยชน์ในเรื่องการป้องกันการกระแทก รอยขีดข่วน และเพิ่มความสวยงามให้กับมือถือ วัสดุต่างๆ ที่ถูกนำมาผลิตเพื่อป้องกันก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป วันนี้ Potatotechs มีข้อแนะนำเคสโทรศัพท์แต่ละประเภท พร้อมทั้งบอกข้อดีและข้อเสียให้ได้ทราบกันค่ะ เมื่อถึงเวลาต้องตัดสินใจ ลองดูนะคะว่าแบบไหนเหมาะกับการใช้งานของคุณมากที่สุด ^^

1.เคสแบบอ่อน ที่ยืดหยุ่นได้ (Soft Case)

ลักษณะของเคสชนิดนี้ส่วนใหญ่จะหุ้มเฉพาะด้านข้างของตัวเครื่อง ซึ่งช่วยให้การจับมือถือของคุณสบายมากยิ่งขึ้น เนื่องจากวัสดุที่ใช้ผลิตมีความยืดหยุ่น และรองรับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังได้รับความนิยมสูง โดยเคสชนิดนี้ทำมาจากวัสดุ 2 ประเภท ได้แก่

ซิลิโคน เคสประเภทนี้ได้รับความนิยมใช้กันมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะหาซื้อง่าย ราคาถูก มีความยืดหยุ่นสูง เหนียวนิ่มติดมือ มีลายให้เลือกซื้อมากมาย หรือจะสั่งพิมพ์ลายที่ชอบลงบนตัวเคสก็ทำได้ค่ะ
ข้อดี มีความยืดหยุ่นสูง จับสะดวก ไม่ลื่นหลุดมือง่าย ไม่ว่าจะวางไว้ตรงไหนก็หายห่วง รองรับแรงกระแทกได้สูง ทำความสะอาดง่าย สวมใส่โทรศัพท์ก็ง่าย ไม่สร้างรอยบนตัวเครื่อง (หรือที่เรียกกันว่า เคสกินขอบเครื่อง) และที่สำคัญสามารถสกรีนลายลงไปบนเคสได้ หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไปค่ะ

ข้อเสีย เคสประเภทนี้เป็นตัวดูดฝุ่นทำให้เกาะติดง่ายมากๆ หากอยู่ใกล้ความร้อน หรือใช้งานเกิน 6 เดือน จะทำให้เคสเสียทรง หรือย้วยได้

ยาง TPU (Thermoplastic Polyurethanes) จะมีความแตกต่างกับซิลิโคนเรื่องความยืดหยุ่น และรองรับการกระแทกได้ ได้รับความนิยมไม่แพ้แบบซิลิโคนเช่นกันค่ะ
ข้อดี ตัววัสดุยางมีความคงทนกว่าซิลิโคน ไม่จับฝุ่นเท่าซิลิโคน ไม่เสียทรงง่าย รองรับแรงกระแทกได้ แต่จะมีประสิทธิภาพน้อยกว่าแบบซิลิโคนนะคะ

ข้อเสีย ถ้าเป็นเคสแบบใส เมื่อใช้ไปนานๆ ตัวเคสจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหม่น ทำให้ดูเก่าไม่น่าใช้

เคสประเภทนี้มีความยืดหยุ่น รองรับแรงกระแทกได้ มีลายให้เลือกมากมาย ราคาถูก ทำให้เคสมือเหมาะกับหนุ่มสาว ทุกวัย ทุกสไตล์เลยค่ะ และที่สำคัญเหมาะกับคนที่ชอบทำมือถือตกบ่อยๆ ด้วยนะคะ

2.เคสแบบแข็ง (Hard Case)

เคสประเภทนี้ทำมาจากพลาสติก หรืออลูมิเนียม เป็นวัสดุที่ค่อนข้างแข็งแรง สามารถป้องกันรอยขีดข่วน และการตกกระแทกได้เป็นอย่างดี ขนาดความหนาบางก็ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ ประสิทธิภาพในการป้องกันมือถือ เรียกได้ว่าไม่แพ้ยางกับซิลิโคนเลยค่ะ ด้านสีสันและลวดลายก็มีให้เลือกเยอะ เหมาะกับผู้ที่ชอบรักษาของ หรือใช้มือถือราคาหลายหมื่น ลักษณะการใส่เคสประเภทนี้จะมีด้วยกัน 2 แบบ คือ แบบ Snap On และ Slide In

แบบ Snap On เป็นการนำเคสส่วนบนมาประกบกับเคสส่วนล่าง
แบบ Slide in คือ นำโทรศัพท์เลื่อนเข้าไปในเคสชิ้นใดชิ้นหนึ่งก่อน แล้วจึงประกบชิ้นที่เหลือเข้ากับอีกด้าน แต่ก็เสี่ยงที่จะทำให้โทรศัพท์ของคุณเป็นรอยค่ะ ควรระมัดระวังขณะสวมใส่ด้วย
ข้อดี มีความทนทานสูง น้ำหนักเบา ซื้อครั้งเดียวสามารถใช้งานได้นาน แต่ถ้าเป็นวัสดุที่ทำจากพลาสติก หากทำตกหล่นก็อาจทำให้ตัวเคสเสียหายง่าย

ข้อเสีย ถ้าเคสทำมาจากวัสดุอะลูมิเนียม อาจทำให้มีปัญหาเรื่องรับสัญญาณมือถือ มีน้ำหนักค่อนข้างมาก และอาจทำให้โทรศัพท์เป็นรอยขณะสวมใส่ค่ะ

เคสประเภทนี้เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบความเรียบหรู แต่แฝงความเก๋ไก่อยู่ในตัว แต่ลวดลายอาจจะมีให้เลือกไม่มากนักค่ะ

3.เคสแบบผสม (Hybrid Case)

เคสโทรศัพท์ ชนิดนี้หยิบเอาข้อดีของ Soft Case และ Hard Case มารวมกัน แต่ส่วนมากมักจะนำซิลิโคนมาจับคู่กับพลาสติกมากกว่า ถือว่าผสมผสานความสวยงาม และคุณสมบัติได้อย่างลงตัว

ข้อดี มีความยืดหยุ่นจากคุณสมบัติของ Soft Case มีความแข็งแรง คงรูป จากคุณสมบัติของ Hard Case ให้สัมผัสที่ดีขณะจับ น้ำหนักพอดีมือ ที่สำคัญสามารถรับแรงกระแทกได้ดีที่สุดในบรรดาเคสทุกแบบค่ะ

ข้อเสีย รูปร่าง หรือขนาดอาจจะดูเทอะทะไปบ้าง เพราะมีขนาดใหญ่กว่าเคสทั่วๆ ไป ฝุ่นเกาะง่าย และวัสดุที่เป็นพลาสติกมักแตกหักง่าย หากใครมีปัญหาเรื่องความหนาใหญ่ของเคส ก็ควรเปลี่ยนไปเลือกใช้รุ่นที่ตัวพลาสติกบางลงแทนได้ แต่อาจต้องแลกกับความปลอดภัยของมือถือด้วยเช่นกัน

เคสประเภทนี้เหมาะกับคนสายลุย เพราะมีความแข็งแรง สมบุกสมบัน และที่สำคัญต้องชอบพกโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าถือด้วยนะ เนื่องด้วยเคสมีความหนาและใหญ่กว่าเคสทั่วไป จึงไม่สามารถพกใส่กระเป๋ากางเกง หรือกระโปรงได้ อาจทำให้เสียบุคลิกได้ค่ะ

4.เคสหนัง (Leather Case)

วัสดุหนังที่นำมาผลิตแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ หนังแท้และหนังเทียม เคสประเภทนี้จะช่วยอัพเกรดมือถือของคุณให้ดูหรูหรา มีสไตล์ เปลี่ยนบุคลิกของคุณให้ดูดียิ่งขึ้นด้วย ส่วนลายก็มีทั้งแบบเรียบ และใส่ลูกเล่นเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ของผู้ผลิต ด้านสีสันส่วนใหญ่จะเป็นสีน้ำตาล ดำ แดงเลือดนก เป็นต้น

ข้อดี ดูสวยอย่างมีระดับ เสริมบุคลิกให้ดูน่าเชื่อถือ ส่วนใหญ่จะออกแบบเป็นเคสฝาพับ ซึ่งสามารถเปิดปิดใช้งานได้สะดวก และปกป้องหน้าจอมือถือของเราได้ด้วยค่ะ

ข้อเสีย เคสประเภทนี้รองรับแรงกระแทกได้น้อยที่สุดหากเทียบกับประเภทข้างต้นที่กล่าวมา อีกทั้งยังเพิ่มความหนาให้กับมือถือของเราขึ้นไปอีก ในเรื่องของความทนทาน และการดูแลรักษา เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าหนังแท้มีความทนทาน และแข็งแรงมาก แต่ควรอยู่ให้ห่างจากน้ำหรือความชื้น หากเปียกน้ำควรรีบเช็ดออกทันที เพราะหนังจะเสื่อมได้ ส่วนหนังเทียมก็มีความแข็งแรงไม่แพ้กัน สามารถใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดสิ่งสกปรกบนเคสออกได้ เมื่อเช็ดเสร็จแล้วก็นำไปผึ่งลมให้แห้ง แล้วจึงนำกลับมาใช้งานต่อค่ะ

เคสประเภทนี้เหมาะทั้งผู้ชายและผู้หญิง ให้อารมณ์ที่เรียบหรู สุขุม มีระดับ หรือบางครั้งลายหนังของเคสอาจจะทำให้ผู้ถือดูน่าค้นหา และชวนมองมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าคุณชอบหยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูปบ่อยๆ เคสแบบนี้อาจไม่เหมาะกับคุณนะคะ เพราะการเปิดปิดเคสนั้นดูลำบากไปสักนิด

ทั้งหมดนี้คือ เคสโทรศัพท์ แต่ละประเภทที่มีคุณสมบัติและมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป รวมถึงคุณภาพการใช้งาน ดีไซน์การออกแบบ และความหลากหลายของชนิดวัสดุ เอาเป็นว่าเพื่อนๆ มีความถนัด หรือชอบเคสมือถือแบบไหน เลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานของคุณดูนะคะ

credit: https://www.potatotechs.com/