ชี้’ผิวองคชาต’หนากว่า’ช่องปาก’ ปมใส่เหล็กดัดทำ’ออรัล’

รองเลขาธิการทันตแพทยสภา ระบุ คนที่ใส่เหล็กดัดฟันแล้วมีเพศสัมพันธ์ด้วยปาก เสี่ยงเกิดแผลอันตรายมากกว่า เหตุเพราะหนังองคชาตจะหนากว่าช่องปากเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการทันตแพทยสภา กล่าวถึงกรณีคนที่ใส่เหล็กดัดฟันแล้วมีเพศสัมพันธ์ด้วยปาก (ออรัลเซ็กส์) เสี่ยงเกิดการบาดเจ็บ ว่า ในการดัดฟันมี 2 แบบ คือ แบบที่สามารถถอดออกได้ เวลารับประทานอาหารหรือทำกิจกรรมอย่างอื่น อันนี้ไม่มีปัญหา

แต่อีกประเภทคือการใส่เหล็กดัดประเภทติดแน่น ซึ่งจะมีอุปกรณ์ที่ใช้อยู่คือ ตัวแบคเกต ลักษณะเป็นเม็ดๆ ตัวนี้จะมีความโค้งมน ไม่มีคม และยังมีเส้นลวดที่เอาไว้ดึงฟันให้เข้าที่ ซึ่งเวลาที่ฟันเริ่มชิดกันเข้ามาแล้วส่วนปลายลวดทั้ง 2 ข้างจะโผล่ยาวออกมา ทิ่มกระพุ้งแก้วด้านในสุด นอกจากนี้ยังมีลวดเส้นเล็กที่ยึดลวดดึงฟันกับแบคเกตเอาไว้ด้วย ตรงนี้หากทำไม่ดีอาจจะมีปลายโผล่ทิ่มออกมาได้ แต่ก็อยู่บริเวณกระพุ้งแก้ม เพราะฉะนั้นส่วนใหญ่การใส่เหล็กดัดฟันนั้น หากจะทำให้เกิดการบาดเจ็บก็มักเกิดขึ้นที่ตัวคนดัดฟันเอง ทั้งนี้ เนื้อเยื่อในช่องปากค่อนข้างจะบอบบางจึงอาจจะเกิดแผนได้ง่าย ส่วนผิวหนังองคชาตินั้นหากเป็นหนังหุ้มจะหนาเหมือนผิวหนังทั่วไป แต่ถ้าถลกหนังหุ้มลงเนื้อใน โดยเฉพาะส่วนปลายองคชาติจะมีความบอบบางคล้ายกับเนื้อเยื่อในช่องปาก เพราะฉะนั้นก็มีโอกาสได้รับบาดเจ็บได้ อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่พบว่าดัดฟันทำให้เกิดปัญหากับคนดัดมากกว่า ทำให้เกิดแผลในคู่ที่ทำออรัลเซ็กส์ให้ แต่เมื่อเกิดแผลขึ้นแล้วมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อต่างๆ ได้ ทั้งเชื้อโรคที่มีอยู่เดิมในช่องปาก เชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นต้น แต่ส่วนตัวยังไม่เคยเจอเคสเช่นนี้ และยังไม่เคยพบว่ามีการติดเชื้อในกระแสเลือด เสียชีวิตด้วย ทพ.อรรถพร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้การมีเพศสัมพันธ์ในคนที่ใส่เหล็กดัดฟันนั้นคงไม่บอกว่าควรทำ หรือไม่ควรทำลักษณะแบบไหน แต่ประเด็นสำคัญคือเวลาที่ดัดฟันแล้วหากรู้สึกว่ามีคม หรือมีลวดโผล่ ให้รีบกลับไปพบทันตแพทย์เพื่อแก้ปัญหา ลบคมนั้นเสีย. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews